รู้ทันไวรัส รู้รับผิดชอบ รู้จักป้องกัน ตอน Social Distancing: การทิ้งระยะห่างทางสังคม
 
 
                                                รู้ทันไวรัส  รู้รับผิดชอบ  รู้จักป้องกัน

                                     ตอน  Social Distancing: การทิ้งระยะห่างทางสังคม



จากหลักการทั่วไปในการเตรียมการรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษา  

ข้อที่ 13 ว่าสถานศึกษาที่ยังไม่พบการระบาดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องมีการนำนักเรียนจำนวนมากมา

รวมตัวกัน (เช่น การซ้อมเชียร์ การแข่งกีฬา เป็นต้น)  หรือการเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นหมู่คณะ  

ส่วนสถานศึกษาที่มีการระบาดแล้วควรงดกิจกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด (จาก www.kmddc.go.th)

ซึ่งพบว่าในทางปฏิบัติจริงภายในมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะเนื่องมาจาก

การเตรียมกิจกรรม  โครงการต่าง ๆ ไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  กิจกรรมบางประเภทเป็นกิจกรรมสืบสาน

ประเพณีมายาวนาน  ถ้างดยกเลิกไปก็น่าเสียดาย  กิจกรรมบางประเภทเป็นเชิงวิชาการซึ่งต้อง

ผ่านกระบวนการไม่เช่นนั้นจะไม่ครบตามหลักสูตรการเรียนการสอน  รวมถึงการเก็บชั่วโมงกิจกรรมนอก

หลักสูตรของนักเรียน  นักศึกษาด้วย

แต่ถ้าจะศึกษาให้ละเอียดและลึกจริง ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

ตามหลักวิชาการ  ข้อที่สำคัญ คือ Social Distancing แปลตรง ๆ คือ การทิ้งระยะห่างทางสังคม  ซึ่งขยาย

ความได้ว่า

ผู้ป่วยให้ทิ้งระยะห่างทางสังคมโดยแยกตัวเอง ขังตัวเองในระยะแพร่เชื้อ (7 วันหลังมีอาการ)

 ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น  ผู้ป่วยทิ้งระยะห่างทางสังคมโดยไม่เดินทางเข้าไปในพื้นที่สาธารณะที่มีคนมาก ๆ 

ที่ชุมชน  สถานที่ที่เป็นระบบปิด โรงภาพยนตร์ ห้องสมุด หอประชุม  หากจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยที่

มีประสิทธิภาพ หรือเวลาไอ จาม ใช้ผ้าหนา ๆ ปิดปากปิดจมูก  ทิ้งกระดาษชำระหลังจากปิดปากปิดจมูก

เวลาไอ จาม ลงถังขยะมีฝาปิด  หรือถ้าไอจามใส่มือให้ล้างทำความสะอาดมือก่อนไปสัมผัสมือ หน้า คน

อื่น  หรือก่อนไปสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากตัวผู้ป่วย

ส่วนผู้ไม่ป่วย หรือ คนทั่ว ๆ ไปให้ทิ้งระยะห่างทางสังคมโดยการหลีกเลี่ยงเข้าไปในพื้นที่

ชุมชนแออัด  หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพป้องกัน  พกผ้าหนา ๆ ไว้กับตัว

เผื่อต้องไปเจอะเจอแล้วจำเป็นต้องพูดคุยกับคนป่วยจะได้ใช้ผ้าหนา ๆ ปิดปากปิดจมูกป้องกันการรับเชื้อ 

ฝึกล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย อาจจะด้วยน้ำ ด้วยสบู่ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ และที่สำคัญระวังหรือ

หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก เพราะนี่คือช่องทางรับเชื้อไข้หวัดทางหนึ่งที่สำคัญ

ดังนั้นในบรรยากาศแห่งการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในสภาพปัจจุบันแต่ไม่อาจ

จะทิ้งระยะห่างทางสังคมได้ ขอให้ทุกคนปฏิบัติดังนี้

1. ผู้จัดหรือผู้รับผิดชอบกิจกรรม/โครงการ

- กำหนดมาตรการในการปฏิบัติเพื่อป้องกันสมาชิก กิจกรรม/โครงการให้

ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (H1N1) มาตรการสำคัญ คือ การคัดกรอง การทำความ

สะอาดมือ การไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน เป็นต้น

- จัดตั้งทีมงานเพื่อดำเนินการตามมาตรการอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม

- เข้มงวดในการใช้สิ่งของร่วมกัน  เช่น  แก้ว น้ำดื่ม ช้อนรับประทานอาหาร 

ผ้าเช็ดหน้า  เป็นต้น



2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ

- ต้องซื่อสัตย์รู้รับผิดชอบ  โดยถ้ามีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ให้งด

การเข้าร่วมกิจกรรมโดยเด็ดขาด

- ร่วมกันพกพาผ้าหนา ๆ หรือหน้ากากอนามัยสำหรับปิดปากปิดจมูก เจล

 แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ ขวดน้ำแก้วน้ำดื่มส่วนตัว

3. ประสานงานหน่วยพยาบาลเพื่อจัดอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่

สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (H1N1) ระยะสั้น 1 ชั่วโมง ก่อนดำเนินกิจรรม/โครงการทุกประเภทของนักเรียน 

นักศึกษา และบุคลากร  เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรม “รู้ทันไวรัส  รู้รับผิดชอบ  รู้จัก

ป้องกัน”





**ติดตามภาพกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เมนู “เครือข่าย/กิจกรรม” ของ http://www.pn.psu.ac.th/H1N1/





 
ประกาศเมื่อ : 09/08/2552
วันหมดอายุข่าว : 31/12/2552